★*กฏทองของหมา*★

posted on 09 Jan 2010 19:42 by ii-netz  in Knowlege

"กฎทองของหมา"( The Dogs 10 Commandments )

โดย... Fitzsimmons Army Medical Center

 

 

(1) ชีวิตของฉันอย่างมาก
ก็จะสิ้นสุดเพียงแค่ 10-15 ปีเท่านั้น
การต้องแยกจากเธอไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ
นับเป็นความปวดร้าวอย่างยิ่งของฉัน
จึงโปรดสังวรให้จงหนัก..ก่อนจะรับฉันเข้ามาในชีวิต
(2) ให้เวลากับฉันสักหน่อย
เพื่อทำความเข้าใจให้ชัดเจน
ว่าเธอต้องการอะไรจากฉัน
(3) จงเชื่อมั่นในตัวฉัน
เพราะเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
สำหรับความเป็นอยู่ของฉัน
(4) อย่าโกรธฉันให้นานนัก
และอย่าลงโทษฉันด้วยการกักขัง
เธอมีทั้งหน้าที่การงาน ความบันเทิง
และมิตรสหาย แต่ฉันนั้น...มีเพียงเธอ
(5) พูดกับฉันบ้าง
แม้ฉันจะไม่เข้าใจคำพูด
แต่ฉันก็เข้าใจเธอได้จากน้ำเสียง
(6) พึงระลึกอยู่เสมอว่า...
ไม่ว่าเธอจะปฏิบัติอย่างไรต่อฉัน
ฉันจะไม่มีวันลืมเลือนเลย
(7) โปรดอย่าทุบตีฉัน
เพราะแม้ฉันจะทุบตีเธอกลับไม่ได้
แต่ฉันก็สามารถกัดหรือข่วนตะกุยเธอได้
ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันไม่อยากกระทำเลย
(8) ก่อนจะดุด่าฉันสำหรับท่าทีที่คล้ายไม่เชื่อฟัง
ดื้อดึง เกียจคร้าน ขอจงได้ถามตัวเธอเองก่อนว่า
เกิดสิ่งผิดปกติกับตัวฉันหรือไม่
บางทีอาจจะมาจากเรื่องของอาหาร
หรือถูกทิ้งไว้กลางแดดนานเกินไป
หรือหัวใจของฉันแก่ชราและอ่อนล้าเสียแล้ว
(9) ดูแลฉันเมื่อยามแก่เฒ่าด้วย
เพราะวันหนึ่งเธอก็ต้องเป็นเช่นนั้น

(10) อยู่กับฉันเมื่อช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตมาถึง
ขออย่าได้พูดเป็นอันขาดว่า "ฉันทนดูไม่ได้
ขออย่าให้มันเกิดขึ้นต่อหน้าเลย"
เพราะเรื่องราวทั้งหมดจะง่ายขึ้นหาก...เธออยู่ด้วย



สุดท้ายที่สุด...โปรดรำลึกเสมอว่า "ฉันรักเธอ"

 

 

 

 

 

 

 

✎ดินสอ กะ ยางลบ✎

posted on 31 Aug 2009 20:44 by ii-netz  in Knowlege
มีดินสอที่เขียนอย่างไรก็ไม่มีวันหมดอยู่แท่งหนึ่ง
กับยางลบที่ลบอย่างไรก็ไม่มีหมดอยู่ก้อนหนึ่ง
ดินสอแท่งนั้นเป็นเพื่อนกับยางลบก้อนนั้น
ทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกัน ทำอะไรด้วยกัน
หน้าที่ของดินสอก็คือเขียน มันจึงเขียนทุกที่ ทุกอย่างเสมอ
ตลอดเวลาที่อยู่กับยางลบ หน้าที่ของยางลบก็คือลบ
มันจึงลบทุกอย่างที่ดินสอเขียนทุกที่

 

เวลาผ่านไปนานหลายสิบปี ทุกอย่างก็ยังดำเนินเหมือนเดิมเรื่อยมา
จนกระทั่งดินสอเอ่ยกับยางลบว่า
“เรากับนายคงอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว”
ยางลบจึงถามว่า
“ทำไมล่ะ”
ดินสอจึงตอบกลับไปว่า
“ก็เราเขียน นายลบ แล้วมันก็ไม่เหลืออะไรเลย”
ยางลบจึงเถียงว่า
“เราทำตามหน้าที่ของเรา เราไม่ผิด” ทั้งคู่จึงแยกทางกัน

ดินสอพอแยกทางกับยางลบมันก็ดีใจที่สามารถเขียนอะไรได้ตามใจมัน
แต่... พอเวลาผ่านไปมันเริ่มเขียนผิด ข้อความที่สวยๆ ที่มันเคยเขียนได้ก็สกปรก
มีแต่รอยขีดทิ้งเต็มไปหมด มันคิดถึงยางลบจับใจ
ฝ่ายยางลบพอแยกทางกับดินสอมันก็ดีใจที่ตัวมันไม่ต้องเปื้อนอีกต่อไป
พอเวลาผ่านไป มันกลับใช้ชีวิตอย่างไร้ค่าเพราะไม่มีอะไรให้ลบ
มันคิดถึงดินสอจับใจ

ทั้งคู่กลับมาอยู่ด้วยกันใหม่ คราวนี้ดินสอเขียนน้อยลง เขียนแต่สิ่งที่ดี
ส่วนยางลบก็ลบเฉพาะที่ดินสอเขียนผิดเท่านั้น
เปรียบการเขียนของดินสอเป็นความทรงจำ ดินสอจดจำทุกเรื่องทั้งดีและไม่ดี
แต่ยางลบเปรียบเหมือนการลืมเลือน ยางลบเลือกที่จะไม่จดจำอะไรไว้เลย
เมื่อทั้งสองสิ่งนี้แยกกันอยู่จึงเกิดความไม่สมดุล
ดังนั้น เมื่อเพื่อนรักทั้งสองกลับมารวมกันใหม่ ดินสอจดจำแต่สิ่งที่ดีๆไว้
ส่วนยางลบก็ลบแต่สิ่งที่ไม่ดีเหมือนการให้อภัยในสิ่งที่ผิดพลาด


การดำเนินชีวิตของเราก็เหมือนดินสอกับยางลบ
เก็บเรื่องราวดีๆที่ผ่านเข้ามาไว้เป็นความทรงจำที่สวยงาม
และรู้จักให้อภัยในสิ่งที่ผิดพลาด
เราก็จะมีชีวิตอยู่ด้วยความสุข

❄เทียนไข กับ ความรัก❄

posted on 31 Aug 2009 20:36 by ii-netz  in Knowlege

 

 

เทียนไข...
ทำให้บรรยากาศรู้สึกโรแมนติกอยู่เสมอ

ความรัก...
ทำให้คนรู้สึกอยากมีบรรยากาศโรแมนติก

เทียนไข...
ให้แสงสว่างไสวรำไรในที่อันมืดมิด


ความรัก...
เป็นแสงนำทางเล็ก ๆ ให้ชีวิตสดชื่นและมีความหวัง

เทียนไข...
ให้ความอบอุ่นกับผู้คนรอบข้าง แม้จะเล็กน้อย แต่ก้อยังรู้สึกถึงความอบอุ่น

ความรัก...
ให้ความรู้สึกอุ่นใจ ว่าอย่างน้อยก้อยังมีใครให้รัก

เทียนไข...
ยอมให้ตัวเองหลอมละลายเพื่อความโรแมนติก แสงสว่าง และความอบอุ่น

ความรัก...
ยอมเสียทุกอย่าง เพียงเพื่อความสุขเล็ก ๆ
ที่ได้มีบรรยากาศโรแมนติก ความสดชื่นความหวังในชีวิต
และความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ กับคนพิเศษอันเป็นที่รัก...

คุณล่ะ.... ยอมให้ตัวเองหลอมละลาย... ยอมสละ บางสิ่งที่อาจจะยิ่งใหญ่ เพื่อให้ได้มา
เพื่อความสุขเล็ก ๆ แต่ยิ่งใหญ่บ้างแล้วหรือยัง ?

 

1. อย่าเป็นนักจับผิด

คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง
'กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก' คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส 'จิตประภัสสร'

ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี'แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข'

 

2. อย่ามัวแต่คิดริษยา

'แข่งกันดี ไม่ดีสักคน ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน' คนเราต้องมีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา
มุทิตา อุเบกขา คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า 'เจ้ากรรมนายเวร' ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์
ฉะนั้น เราต้องถอดถอนความริษยาออกจากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น 'ไฟสุมขอน' (ไฟเย็น) เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี 'แผ่เมตตา' หรือ ซื้อโคมมา แล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา แล้วปล่อยให้ลอยไป

 

3. อย่าเสียเวลากับความหลัง

90% ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ 'ปล่อยไม่ลงปลงไม่เป็น' มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อมแบกเครื่องเคราต่างๆไว้ที่หลัง ขึ้นไปด้วยความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ 'อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน' 'อยู่กับปัจจุบันให้เป็น' ให้กายอยู่กับจิต จิตอยู่กับกาย คือมี 'สติ' กำกับตลอดเวลา

 

4. อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ

'ตัณหา' ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่เกินพอดีเหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ ไฟไม่เคยอิ่มด้วยเชื้อ ธรรมชาติของตัณหา คือ 'ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม' ทุกอย่างต้องดูคุณค่าที่แท้ ไม่ใช่ คุณค่าเทียม เช่น คุณค่าที่แท้ของนาฬิกา คืออะไร คือ ไว้ดูเวลาไม่ใช่มีไว้ใส่เพื่อความโก้หรู คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือ คืออะไร คือไว้สื่อสาร แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมมาไม่ใช่คุณค่าที่แท้ ของโทรศัพท์ เราต้องถามตัวเองว่า 'เกิดมาทำไม' 'คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน 'ตามหา 'แก่น' ของชีวิตให้เจอ' คำว่า 'พอดี' คือ ถ้า 'พอ' แล้วจะ 'ดี' รู้จัก 'พอ' จะมีชีวิตอย่างมีความสุข

รักกัน...ไม่จำเป็นต้อง... อดข้าว...อดน้ำ...เพื่อเก็บเงิน...ไว้จ่ายค่าโทรศัพท์..ทั้งเดือน

รักกัน...ไม่จำเป็นต้อง...บอกเลิกนัดกับ..."เพื่อน" แล้วไปเที่ยวกับ..."แฟน"

รักกัน...ไม่จำเป็นต้อง...ซื้อของแพงๆให้ เงิน..ไม่ได้เป็นหลักประกันว่า...รักจริง

รักกัน...ไม่จำเป็นต้อง...ดูหนัง..ทุกเย็นวันศุกร์ นั่งสบตา..ที่แมคโดนัลด์...ทุกบ่ายวันเสาร์
โทรบอกว่า..."คิดถึง"...ทุก 5 นาที...ตลอดเช้าวันอาทิตย์

รักกัน...ไม่จำเป็นต้อง...พยายาม...ลงทุนมากมาย

แลกเทปกันฟัง .. ตั้งโปรแกรมดูหนัง..สักเดือนละเรื่อง..ก็ได้
พากันไปกิน...เพื่ออิ่ม...ไม่ใช่กิน...เพื่อให้ดูรวย

รักกัน...ไม่จำเป็นต้อง...ถวายให้.,.ทั้งตัว
อย่าไปกลัวว่า...ถ้าไม่ยอมเปลืองตัว...แล้วรัก...จะหมดไป
เพราะ...ถ้าเขารักจริง ก็ควรให้เกียรติ...ไม่ใช่จ้องจะ...เอาเปรียบ

รักกัน...ไม่จำเป็นต้อง...เอาดวงชะตา...ไปให้หมอดู จ่ายเป็นร้อย เพียงแค่อยากรู้ว่า...เป็นเนื้อคู่กันหรือเปล่า

รักกัน...ไม่จำเป็นต้อง...ตามติดแจ
ผูกขาเขาไว้...กับขาเรา
ผูกมือเขาไว้...กับมือเรา
ทำไมต้องทำเหมือน...ขาดเขาไปแล้ว...เราจะตาย .
จำไว้ว่า...คนทุกคน...มีหัวใจ...คนละดวง


รักกัน...ไม่จำเป็นต้อง...เป็นเงา...ตลอดเวลา
ไม่ต้องทุ่มเท..ทำเพื่อ "ความฝัน" ของเขา
จนชีวิตตัวเอง...ว่างเปล่า หลงลืม..."ความฝัน"...ของตัวเอง

รักกัน...ไม่จำเป็นต้อง...มีเวลาเท่าไหร่...ก็ให้ทั้งหมด
จนไม่เหลือเวลา..สำหรับทำ "สิ่งดีดี"...ให้ครอบครัว
ไม่เหลือเวลา...กลับบ้านเร็วๆ...ให้แม่ชื่นใจ
หลับตา..ลืมตา..ก็เห็นแต่หน้า..."แฟน"

 

ถึงจะตอนนี้จะยังไม่มีความรักแบบแฟน แต่เราก็ยังสามารถมีความรักให้คนรอบๆตัวเราได้มากมายเลย

อาจจะเป็นการดีซะอีก ที่เราไม่ต้องพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อใคร ไม่ต้องคอยมีเรื่องระแวงให้กลุ้มใจ

อิอิ

ความรักน่ะไม่ต้องรีบร้อนหรอกเนอะรอให้ึถึงเวลาและจังหวะของมันดีกว่าเผื่อว่าอะไรที่รอ

มันจะมีค่ากว่านั้น

 

 

ก็ยังคงรอกันต่อไป... (อยู่ไหนน๊าาาาา?)